แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น Living Green บ้านโปร่งรับลมมีต้นไม้เป็นเพื่อนในทุกจุดบ้านแต่ละหลังต่างก็มีความคาดหวัง โจทย์ และปัญหาต่างๆ กันไป ซึ่งแต่ละปัจจัยล้วนมีผลต่อภาพรวมของบ้านทั้งสิ้น อย่างในบ้านขนาด 16 ม. x 24 ม. นี้ เจ้าของบ้านมีโจทย์ให้สถาปนิกไม่กี่ข้อ หลัก ๆ คือ

ต้องการบ้านที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย สามารถรองรับครอบครัวได้ 6 คนสบาย ๆ และต้องมีพื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงง่าย ๆ สำหรับที่ตั้งของมีด้านทิศใต้ติดกับถนนขนาบด้วยที่พักอาศัยสองหลังทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก จึงต้องการความเป็นส่วนตัวในด้านนั้น แต่ Buoyant Hue เป็นบ้านที่มีส่วนอยู่ติดกับทุ่งนาเขียวขจี หากจะปิดบ้านไปเลยก็น่าเสียดายวิว ทำให้สถาปนิกต้องลงมือแก้ปัญหาจนเป็นที่มาบ้านที่เต็มไปด้วยช่องว่างอย่างที่เห็น

บ้านโมเดิร์นทรอปิคอลฟาซาดช่องลม

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

จากการศึกษาสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ แล้วประมวลเข้ากับความต้องการของเจ้าของบ้าน ทำให้สถาปนิกจัดการปัญหาด้วยการใส่อิฐช่องลมรูปสามเหลี่ยม นำมาประกอบกันเป็นรั้วและฟาซาดที่ประดับด้านหน้า ฉากเจาะรูเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแสงแดดทางใต้ที่รุนแรง และยังช่วยในการจับลมจากทุ่งใกล้เคียง พร้อมกับรักษาสภาพอากาศภายในให้เย็นขึ้น การออกแบบบ้านยังตอบสนองต่อบริบทเบื้องต้นในขอบเขตบ้านด้วย โดยนักออกแบบรักษาต้นมะพร้าวสองต้นที่มีอยู่ก่อนเอาไว้ซึ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับไซต์ แล้วสร้างตัวอาคารหลบแนวต้นไม้แทนการตัดทิ้ง

ชั้นล่างประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว พร้อมด้วยห้องนอนของผู้ปกครองทางทิศตะวันตก ห้องนอนสำหรับแขกทางทิศเหนือ ภายในบ้านโปร่งโล่งด้วยการวางแปลนแบบเปิด (Open Plan) เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ช่องว่างระหว่างพื้นที่จะทำให้การใช้การในบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น

สถาปนิกใช้วิธีแยกสัดส่วนแต่ละฟังก์ชันออกจากกันอย่างง่ายๆ ด้วยประตูลานเลื่อนที่มีความยืดหยุ่น และฉากก่อกั้นขนาดใหญ่ (แต่ไม่ปิดกั้นแยกเป็นห้องเล็กห้องน้อย) ช่วยเสริมความเปิดกว้างและมุมมองที่แสดงกรอบและแกนห้องแต่เข้าถึงกันได้หมด บริเวณบ้านจึงเต็มไปด้วยแสงธรรมชาติและการระบายอากาศ เน้นประสบการณ์ในการอยู่อาศัยใหม่ๆ ให้ผู้อยู่อาศัย

จุดที่โดดเด่นแบบต้องมองมาตรงนี้ คือ แผ่นพื้นคอนกรีต (Slab) ที่แขวนอยู่เหมือนจะลอยอยู่เหนือห้องทานอาหาร ไม่ได้เทพื้นหรือใช้แผ่นพื้นสำเร็จรูปวางปิดจนเต็มพื้นที่ การปล่อยให้เหลือที่ว่างเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้มีการไหลอย่างต่อเนื่องระหว่างช่องว่างที่ชั้นล่างกับชั้นบน ช่วยให้การปฏิสัพันธ์ระหว่างชั้นทำได้ดี การไหลเวียนอากาศและแสงเดินทางง่าย นอกจากนี้ความสูงของเพดานที่ต่ำกว่าจุดอื่นๆ ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกของความใกล้ชิดและความสะดวกสบายภายในบ้านอีกด้วย

บ้านโมเดิร์นทรอปิคอล

แม้จะมีสิ่งที่ชวนสนใจในบ้านหลายจุด แต่ “เสน่ห์” ทั้งหมดของบ้านอยู่ที่ “บันได” ซึ่งทำจากเหล็กเส้นเล็ก ๆ ดัดให้เป็นรูปร่างขั้นบันได ออกแบบให้โปร่ง ๆ เพื่อให้แสงสามารถลอดผ่านเข้าไปตรงลานสวน ที่ปลูกต้นไม้เอาไว้ด้านล่าง ทำให้ต้นไม้ได้รับแสงสำหรับการเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผลพลอยได้จากเงาที่ตกกระทบ ซึ่งจะเปลี่ยนรูปร่างไปตามการเดินทางของแสง ในระหว่างเดินขึ้นลงก็จะมองเห็นสวนเขียวๆ ให้รู้สึกไปด้วย

สำหรับห้องนอนเราที่เราคุ้นเคย จะเป็นห้องพักผ่อนที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมมีเตียง มีโต๊ะ และตู้เสื้อผ้า แต่ที่นี่มีลานสวนที่จัดเอาไว้ด้านนอก แต่เชื่อมต่อกับห้องนอนได้ผ่านประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้เขตแดนระหว่างกลางแจ้งและในบ้านถูกเบลอให้กลายเป็นพื้นที่เดียวกัน เหนือสวนน้อยๆ นี้ยังเจาะเพดานออกทำช่องแสง skylight เป็นการจำลองสถานที่พักผ่อนตามธรรมชาติแบบส่วนตัว สำหรับคู่สามีภรรยาสูงอายุที่ไม่สะดวกจะออกไปนอกบ้าน

ห้องสุขาในห้องนอนใหญ่ได้รับการออกแบบให้มีลานภายในด้วยเช่นกัน จึงมั่นใจได้ว่าจะมีแสงสว่างเพียงพอและไม่ขาดพื้นที่สีเขียว ทุกครั้งที่ใช้งานจึงรู้สึกสดชื่นเหมือนได้อยู่กลางแจ้ง เป็นแนวคิดเพื่อการอยู่อาศัยแบบแนบสนิทกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

ชั้นบนเป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับครอบครัวอีกจุดหนึ่ง ประกอบด้วย เคาน์เตอร์บาร์และห้องเอนกประสงค์ พร้อมด้วยห้องนอนใหญ่และห้องนอนเด็ก โทนสีวัสดุทั้งหมดใช้ความเป็นธรรมชาติแบบแทบไม่เติมแต่งคล้ายกับชั้นล่าง อาทิ พื้นหินโกตะ ไม้สัก และเพดานคอนกรีตเปลือยที่เพิ่มความรู้สึกดิบและกว้างขวางให้กับการตกแต่งภายใน อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ การเจาะเพดานออกบางส่วนให้มีช่องว่างใส่ Skylight รับแสงเข้าสู่ตัวบ้านจากด้านบนให้มิติของแสงเงาที่ชวนให้นั่งมองเพิลนๆ

 การจัดการบ้านในเขตร้อนชื้น สิ่งที่สำคัญคือ ต้องมีพื้นที่รับแสงเพื่อให้บ้านสว่าง ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างช่องเปิดขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศให้บ้านโปร่ง โล่ง และรับอากาศใหม่ให้เข้ามาหมุนเวียน แต่ในบางจุดที่เจ้าของบ้านต้องการลม แสง แต่ไม่ต้องการเปิดบ้าน เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถเลือกใช้การใส่ฟาซาดหรือเปลือกบ้านโปร่งๆ อาจจะเป็นแผงผนังอิฐช่องลม บล็อกช่องลมที่ก่อแบบติดตาย หรือเป็นฟาซาดแบบบานระแนง ก็ช่วยแก้ปัญหาที่ว่ามาได้ดีคลิ๊กที่นี่

เทคนิคการแต่งบ้านให้น่าอยู่

บ้านโมเดิร์นทรอปิคอล

ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญสำหรับการตกแต่งบ้านก็คือความปลอดโปร่ง โล่งสบาย ที่หากขาดไปก็อาจทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านอึดอัดอยู่ไม่น้อย บ้านที่น่าอยู่ไม่จำเป็นต้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราเสมอไป บทความนี้ได้คัดเลือก ไอเดียการจัดสรรบ้านให้ดูปลอดโปร่ง ให้คุณได้นำหยิบเลือกไปใช้งาน ยกระดับความน่าอยู่ของบ้านขึ้นไปอีกขั้น

แบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน

ควรวางแผนผังของบ้านว่าส่วนไหนเป็นห้องรับแขก ก็ควรอยู่ด้านหน้าสุดของบ้าน เวลาที่แขกมาหาจะได้เห็นส่วนของบ้านที่น่าอยู่ และส่วนห้องนอนนั้นควรอยู่ด้านหลังของตัวบ้านเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากห้องครัว กลิ่นควันจะได้ไม่รบกวนการพักผ่อนของคุณนะคะ

“ภาพรวม” ของสิ่งต่างๆ ในบ้านของเราจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับ “สีสัน” ที่เราเลือกใช้ในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นสีของผนัง ฝ้าเพดาน หรือเฟอร์นิเจอร์ หากคุณคุมโทนสีอย่างลงตัวก็จะสามารถสร้าง “บรรยากาศ” ตามที่คุณอยากจะให้บ้านของคุณเป็นได้

ในการเลือกใช้สีเพื่อตกแต่งบ้านนั้น ก็มีตัวช่วยให้คุณเลือกใช้ในการเลือกโทนสีที่ดูดีเข้ากันได้ ด้วย “Colour Schemes” ตัวช่วยกลุ่มสีที่อยู่ด้วยกันแล้วสวยงาม โดยในการออกแบบสีที่ทำให้บ้านดูสะอาดตานั้น จะเลือกใช้โทนสีอ่อนหรือสีที่ให้ความรู้สึกเย็น เช่น สีขาว, สีเทา, สีครีม หรือสีฟ้า

โดยจะมีหลักการเลือกใช้สีหลักๆ 3 รูปแบบ ดังนี้

• Analogous หรือการใช้กลุ่มสีโทนเดียวกัน เช่น สีครีม, สีขาว,  สีเทา

• Complementary หรือการใช้ค่าสีที่ตรงกันข้ามกัน เพื่อสร้างความโดเด่นกระตุ้นอารมณ์ เช่น สีขาว – สีดำ หรือสีแดง – สีน้ำเงิน

เทคนิคการแต่งบ้านให้น่าอยู่

• Triadic หรือกลุ่มสีแบบสมดุล ประกอบไปด้วยกลุ่มสีน้ำหนักเดียวกัน 3 โทน เช่น เหลือง-แดง-น้ำเงินจากตัวอย่างจะใช้หลักการเลือกสีแบบ Analogous หรือสีโทนเดียวกันแบบไล่ Scale ขึ้นไป ได้แก่ สีเทา, สีเทามอมฟ้า และสีฟ้า แต่เพิ่มจุดดึงดูดสายตาในห้องด้วย สีเขียว เล็กน้อย ในสัดส่วน 70-20-10 ทำให้ภาพรวมดูเย็นตา และสะอาดสะอ้าน

ผนังห้องต้องใส่ใจ

อย่าตกแต่งหรือหาสิ่งอื่นใดมากั้นทำเป็นผนังห้องจนเกินไป จะสร้างความรู้สึกอึดอัด ควรกั้นอย่างพอดีหรือหาประตูเลื่อนที่สามาถเข้าใช้งานรวมกันได้ เช่นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องทานข้าวให้อยู่ในโซนเดียวกัน บ้านจะได้ดูโล่งบาย สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้ นอกจากนี้ลองหาผ้าม่านสวยๆ มาตกแต่งกันแสง ผนังบางด้านจะตกแต่งด้วยกระจกหรือรูปภาพก็เก๋ไปอีกแบบ หรือจะลองนำกระถางดอกไม้อันสวยงามมาตั้งไว้ตรงมุมห้องก็สบายตาอย่างยิ่งค่ะบ้านจัดสรร

ทางเข้าออกต้องสะดวก

ระยะประตู้รั้วกับประตูบ้าน รวมถึงระยะห่างโต๊ะโทรทัศน์ โซฟา ทุกๆ ส่วนในบ้าน ต้องเป็นระเบียบเหลือช่องทางให้เดินสะดวก ควรหาโต๊ะ หรือจัดวางในแนวสูง เฟอร์นิเจอร์ต้องโปร่งทั้งสองด้านจะช่วยความรู้สึกว่าสบายไม่อึดอัด

อย่าวางของจุกจิกมาก

ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยควรหาภาชนะใส่อย่าว่างเกะกะ บางบ้านชอบทำชั้นติดผนังสำหรับวางของเล็กของน้อย น่ารักๆ แต่บางทีวางเยอะไปก็ดูรกเกิน ควรเว้นพื้นที่ในการจัดวางชั้นละไม่เกิน 3-5 ชิ้น จะดูโปร่งตา แต่ถ้าหากคุณเป็นลูกช่างเก็บที่สะสมของชิ้นเล็กๆ ไว้เยอะเต็มบ้าน ลองหากล่องเก็บเฉพาะ แล้วหมุนเวียนเปลี่ยนกันเอาออกมาวางโชว์ก็ยังช่วยทำให้ชั้นวางของคุณไม่จำเจได้ด้วย

สายไฟต้องมีระเบียบ

บ้านยุคไฮเทคสมัยนี้จะมีแต่เครื่องใช้ฟ้าฟ้า โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่มีสายไฟนับสิบที่กองรวมกันอยู่หลังโต๊ะ สัญญาของการเกิดอุบัติเหตุแถมรกตาสุดๆ ควรหา hub เก็บสายไฟ ไม่ปล่อยให้ระโยงระยางนอกจากจะทำให้บ้านดูดีมีระเบียบ ดูแลรักษาง่าย ยังปลอดภัยต่อสมาชิกในบ้านอีกด้วย

จัดวางสวนย่อมหน้าบ้านให้น่าอยู่

สร้างธรรมชาติน้อยๆ ด้วยการนำน้ำตก และต้นไม้ ทำอ่างปลาเลี้ยงปลา จะทำให้บริเวณบ้านน่าอยู่มากขึ้น เสียงของสายน้ำทีไหล รายล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ จะทำให้ผนังปูนเซีเมนต์ไม่น่าเบื่อ

จัดตู้ให้เรียบร้อย

ตู้เสื้อผ้าหรือตู้หนังสือหากวางไม่เรียบร้อยจะทำให้เกะกะรกตา และดูคับแคบ หากจัดเป็นระเบียบจะทำให้น่ามองและทำให้คุณหาของต่าง ๆเจอได้จ่ายขึ้น

เปิดห้องรับแสง

ห้องจะดูอูอู้ ไม่สดใสเลยถ้าแสงสว่างไม่ผ่าน การใช้หน้าต่างบานใหญ่และแสงไฟเข้าช่วยจะทำให้สว่างขึ้นหรือเลือกทาสีผนังให้สว่าง เพิ่มกระจกเงาเข้าไปเสริมจะหลอกตาทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้น

เทคนิคการแต่งบ้านให้น่าอยู่

ขยันทำความสะอาด

ความสะอาดถือเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยทำให้อากาศในบ้านดูสดชื่นขึ้น ห้องดูสบายตา โดยเฉพาะหน้าต่างสะอาด ๆที่จะช่วยให้วิวด้านนอกกระจ่างใสน่ามองขึ้นไปอีกแถมยังทำให้แสงเข้าได้ทั่วถึงมากขึ้นอีกด้วย

เฟอร์นิเจอร์ไม่จำเป็นต้องเยอะ

การอัดเฟอร์นิเจอร์เยอะเกินไปจะทำให้ห้องดูเล็กอึดอัด ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์เอนกประสงค์ใช้งานได้หลายอย่าง เราจะได้เปลี่ยนโหมดการใช้ทำให้ห้องไม่น่าเบื่อและไม่ดูรกเพราะ เฟอร์นิเจอร์มากจนเกินไปความน่าอยู่ของบ้านคุณจะลดลงทันทีหากเหล่าเฟอร์นิเจอร์ของคุณถูกจัดวางอย่างไม่เป็นระเบียบ และไม่มีการวางแผนมาก่อน

เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่คุณควรทำคือวางแผนการจัดวางของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และคำนึงถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในห้องนั้นด้วย เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด

ยกตัวอย่าง เช่น ภายในห้องรับแขกควรตั้งเฟอร์นิเจอร์ห่างกันพอสมควร เนื่องจากเป็นห้องที่มีคนใช้งานเยอะกว่าห้องอื่นๆ อีกทั้งยังมีผู้คนสัญจรไปมาตลอดเวลา จึงเป็นเหตุผลที่ควรเว้นที่ว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ