บ้านคอนกรีตริมชายหาด

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

บ้านคอนกรีตริมชายหาด สองปี สองเดือน กับอีกสองวัน ที่นักเขียน Henry David Thoreau อาศัยอยู่ในกระท่อมที่เขาสร้างขึ้นเองใน Walden Pond รัฐแมสซาชูเซตส์ เมืองที่เขาเติบโตในวัยเด็ก ในพื้นที่ริมทะเลสาบเพียง 3 ม. x 4.5 เมตร แต่ก็ค้นพบว่าชีวิตที่ช้า ๆ เงียบๆ ช่างดีต่อใจ ต่อมาเขาต้องการหาแหล่งบันดาลใจใหม่ๆ แบบบ้านชั้นเดียว มินิมอล

จากธรรมชาติและต้นกำเนิดที่ริมทะเล โดยมองหาแรงบันดาลใจ Espacio 18 Arquitectura จึงสร้างสรรค์บ้านที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เราจะเห็นวัสดุเพียงไม่กี่อย่างในอาคาร อาทิ คอนกรีต ท่อนไม้ หิน ที่มีความแข็งแรงท้าทายพลังงานคลื่นทะเลที่ตีกระทบชายหาดตลอดเวลา บ้านคอนกรีต สู้เกลียวคลื่นแข็งแรง ไม่กลัวทะเลสู้กลับ

Espacio 18 Arquitectura ได้ออกแบบ บ้านคอนกรีตริมทะเลบนหาด Zapotengo ในโออาซากา แสดงแนวคิดในการสะท้อนบริบทของที่ตั้งซึ่งอยู่ริมชายฝั่งทะเลของประเทศเม็กซิโก โดยถ่ายทอดมาเป็นบ้านปูนเปลือยชั้นเดียวทรงกล่องสูง มีปีกสองปีกที่เน้นตามพระอาทิตย์ขึ้นและตก เรียกว่า La Casa del Sapo หรือ Toad’s House click here

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

การออกแบบที่เรียบง่าย “เหนือกาลเวลา” แต่บ่งบอกถึงความจำเป็นของชีวิต แปลนบ้านจะมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ ประกอบด้วยห้องครัว ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัว ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกของพระอาทิตย์ขึ้น และห้องนอนขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกของพระอาทิตย์ตกดิน

ตัวบ้านที่เลือกวัสดุคอนกรีตดป็นหลักได้แรงบันดาลใจจากก้อนหินขนาดใหญ่ “หินสองก้อนมองทะเล โหยหาความไร้กาลเวลา” ก้อนแรกมองดูพระอาทิตย์ขึ้นและอีกก้อนมองดวงอาทิตย์ตก  เลย์เอาต์นี้สร้างชุดของพื้นที่ในลานสามเหลี่ยม โดยมีระเบียงกลางขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ และมองพุ่งมองเห็นทะเลไปทางทิศใต้

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

และพื้นที่ส่วนตัวอีกสองแห่งทางทิศเหนือ แบ่งด้วยผนังคอนกรีตสูงของบล็อกด้านทิศตะวันออก ระยะห่างระหว่างบล็อกแสดงให้เห็นทะเล ความสวยงามของชายฝั่งโออาซากา และสร้างพื้นที่ที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ที่อาศัยที่จะปรับเปลี่ยนได้ตามใจในอนาคต

กล่องคอนกรีตทั้งหมดไม่ได้ปิดทึบทุกด้าน แต่จะเหมือนเป็นเค้าโครงหลักที่มีช่องเปิดขนาดใหญ่ให้บ้านได้หายใจและเปิดเชื่อมต่อธรรมชาติ ลานเฉลียงที่หันหน้าไปทางทิศใต้ถูกกำหนดโดยการปูอิฐดินเผารูปแฉกเหมือนพัดกำลังคลี่ออก เหนือพื้นที่นี้กำบังความร้อนของดวงอาทิตย์ด้วยหลังคาเหล็กและกิ่งก้านไม้ที่ช่วยพรางแสง

ทางตอนเหนือมีหลังคาปูด้วยหินหยาบ ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยกระบองเพชรและต้นไม้ พื้นที่เปิดโล่งเหล่านี้ รวมทั้งสระว่ายน้ำที่ปลายลานด้านใต้ ไม่ได้มีไว้สำหรับเจ้าของบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับเพื่อนฝูงและชุมชนท้องถิ่นที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยม

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

ดำผุดดำว่ายในสระส่วนตัวอย่างสบายใจ ได้วิวทะเลมาเป็นของตัวเองอย่างเต็มตา

ที่นี่มีครบทุกฟังก์ชันที่จำเป็น และทุกอย่างดูเรียบง่าย อบอุ่น น่าใช้งาน ด้วยวัสดุธรรมชาติที่ยังคงเป็นหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นอิฐ หิน ไม้ งานจักสาน งานผ้า ให้สัมผัสและสีสันของธรรมชาติอบอวลอยู่ภายใน อย่างในโซนห้องครัวประตูไม้แบบพับได้ช่วยให้พื้นที่ทำอาหารเปิดออกสู่ลานตรงกลางได้ และประตูพับขนาดใหญ่ที่ปลายแต่ละบล็อกก็ช่วยให้สามารถเปิดภายในเพื่อมองออกไปสู่ทะเลได้เช่นกัน

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

ในห้องนอนที่ดูสงบผ่อนคลาย ชวนให้นอนฟังเสียงคลื่นลูกเล็กลูกใหญ่ที่ผลัดกันซัดฝั่งตลอดทั้งวันทั้งคืน ระหว่างที่ตื่นขึ้นแต่ละวันจะสังเกตได้ว่าแต่ละฤดูกาลค่อย ๆ ดำเนินไป ธรรมชาติที่เข้ามาโอบกอดบ้านเอาไว้ ส่งต่อพลังงานดี ๆ และแรงบันดาลใจในการทำงานใหม่ๆ การใช้ชีวิตที่มองหาจนแทบไม่อยากออกไปไกลจากบ้านที่ตั้งของบ้านแต่ละหลังมีสภาพอากาศและข้อจำกัดต่างกัน ต้องศึกษาให้ดีเพื่อเลือกวัสดุและสร้างบ้านให้สอดรับกับบริบทแวดล้อม 

เช่น ในบ้านเขตร้อนชื้น วัสดุที่ใช้ต้องไม่ดูดซับความร้อนและระบายได้ดี ห้องนอนตัวบ้านมีช่องทางรับอากาศใหม่ ๆ ไหลเวียนได้มาก สำหรับในเขตมรสุมหรือใกล้ชายทะเล ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศ ทนการกัดกร่อนจากเกลือ

แข็งแรงต้านทานความรุนแรงของพายุได้ อย่างเช่น คอนกรีตที่แข็งแรง ทนน้ำ ทนแดด แต่ก็มีคอนกรีตแบบพิเศษ คือ มารีน ซีเมนต์ (Marine Cement) หรือปูนซีเมนต์ทนน้ำทะเล ซึ่งเหมาะสำหรับอาคารในพื้นที่ชายฝั่งทะเล พื้นที่น้ำกร่อยที่ต้องงสัมผัสกับไอทะเลหรือน้ำทะเล เป็นต้น

บ้านคอนกรีตริมชายหาด

ข้อดีของบ้านปูน เป็นอย่างไร?

  1. แบบบ้านปูนในปัจจุบัน มีให้เลือกจำนวนมาก เจ้าของบ้านสามารถออกแบบ และตกแต่งได้ตามชอบ
  2. ต้นทุนวัสดุก่อสร้างบ้านปูน ราคาไม่แพง แถมผลิตภัณฑ์ และชนิดของปูนในท้องตลาดปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย
  3. บ้านปูนสามารถปรับตัวกับสภาพอากาศร้อน อากาศเย็น เช่น กลางวันในหน้าร้อน บ้านปูนจะอยู่เย็นสบาย เพราะปูนช่วยดูดซับความร้อน และในหน้าหนาว ปูนจะป้องกันลมเข้าบ้านได้ดีทำให้ภายในบ้านอบอุ่น
  4. บ้านปูนเก็บเสียงได้ดี และยังป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกตัวบ้านได้ดีกว่าบ้านไม้ นอกจากนั้น บ้านปูนป้องกันฝุ่นละออง ควัน และกลิ่นต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามารบกวนคนในบ้านได้ดี

ข้อเสียของบ้านปูน เป็นอย่างไร?

  1. บ้านปูนโดยส่วนใหญ่ มักมีปัญหาสีหมองง่าย หลุดลอกร่อน ทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องซ่อมบำรุง
  2. บ้านปูนมีความยืดหยุ่นน้อย ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว บ้านปูนจึงเกิดผนังแตกร้าวได้ง่ายกว่าบ้านไม้ และบ้านโครงสร้างเหล็ก
  3. บ้านปูนจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับ และเกิดปัญหาเชื้อราบนผนังได้ง่าย โดยเฉพาะบ้านที่ไม่ได้ทาสีป้องกันเชื้อรา เพราะบ้านปูนระบายอากาศได้ไม่ดีนัก
  4. บ้านปูน หากได้รับการออกแบบไม่ดี หรือเลือกใช้โทนสีที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้บ้านดูมืดทึบ อยู่แล้วอึดอัด
  5. การเคลื่อนย้าย ปรับปรุง หรือต่อเติม บ้านปูนจะทำได้ยากกว่าบ้านโครงสร้างเหล็ก และบ้านไม้ โดยเฉพาะบ้านปูนที่ก่อสร้างด้วยระบบ Precast ซึ่งนิยมใช้ในโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งหากต้องการต่อเติมห้อง จะต้องมีวิศวกรคุมงาน ดูแลและให้คำปรึกษา หรือไม่ก็ต้องทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่

ทำไมบ้านปูนถึงเป็นที่นิยม

ความนิยมบ้านปูน ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบ้านปูน มีราคาถูก และแข็งแรงมากกว่า เมื่อเทียบกับบ้านไม้นับวันราคามีแต่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันอายุการใช้งานของบ้านปูน ไม่ว่าจะเป็นบ้านปูนที่สร้างบนที่ดินของตัวเอง หรือบ้านปูนที่ซื้อจากโครงการบ้านจัดสรร ที่ปัจจุบันนิยมก่อสร้างด้วยระบบ Precast นั้น ด้วยโครงสร้างอาคารที่สร้างมาจากปูนซีเมนต์ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานไม่ต่ำกว่า 50 ปี บางหลังหากดูแล และรีโนเวทอยู่เป็นประจำก็มีอายุใช้งานนับ 100 ปีเลยทีเดียว